简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
10 บทเรียนที่เทรดเดอร์ต้องรู้จากปีที่ผ่านมา
บทคัดย่อ:ปีที่ผ่านมาสอนเราให้รู้จักการ บริหารความเสี่ยง การ จัดการอารมณ์ และการ วิเคราะห์ตลาด อย่างมีวินัย เทรดเดอร์ที่ดีไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด แต่เป็นคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาไปข้างหน้า

ปีที่ผ่านมาคงไม่ใช่ปีที่เงียบเหงาสำหรับเทรดเดอร์อย่างเรา ๆ แน่นอน ปีนี้เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในตลาดหุ้น ตลาดคริปโต และทุกสินทรัพย์ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่นั่นก็ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้บทเรียนมากมายที่สามารถนำไปปรับใช้ในปีหน้าเพื่อการเทรดที่ดียิ่งขึ้นครับ!
วันนี้แอดเหยี่ยวจะมาสรุป 10 บทเรียนสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ จากปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและไม่พลาดในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงครับ!
1. “การจัดการความเสี่ยงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
เทรดเดอร์หลายคนมักจะเน้นการหากำไรโดยไม่คำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงจนทำให้เกิดการขาดทุนที่ยากจะกู้คืนได้บทเรียน: เราต้องมี Stop Loss ที่ชัดเจน และควรใช้ Risk-Reward Ratio ในการตัดสินใจทุกครั้ง ใช้การจัดการเงินอย่างมีวินัย เช่น การเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตในการเทรดแต่ละครั้ง
2. “การรู้จักตลาดเป็นสิ่งที่จำเป็น”
บางครั้งเทรดเดอร์ใหม่ ๆ อาจเริ่มเทรดโดยไม่เข้าใจถึงลักษณะของตลาดนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ เช่น ตลาดหุ้นหรือคริปโตที่มีความผันผวนสูงบทเรียน: ก่อนเริ่มเทรด เราต้องศึกษาและทำความเข้าใจในตัวสินทรัพย์ที่เราเลือก การศึกษาทางเทคนิคและพื้นฐานของตลาดนั้น ๆ จะช่วยให้เราเห็นโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ดีกว่า
3. “อย่ามองข้ามความสำคัญของการมีแผน”
การไม่มีแผนการเทรดที่ชัดเจนคือการเปิดโอกาสให้ความโลภและความกลัวเข้ามามีอิทธิพลบทเรียน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด การใช้ Trading Plan ที่รวมทั้งกลยุทธ์และเป้าหมายการเทรดจะช่วยลดการตัดสินใจที่รีบเร่งหรือไม่สมเหตุสมผล
4. “อารมณ์เป็นศัตรูของการเทรด”
ปีที่ผ่านมาเราคงเห็นหลาย ๆ ครั้งที่นักเทรดถูกอารมณ์ครอบงำจนตัดสินใจผิดพลาด เช่น การไล่ตามราคาหรือการเทรดมากเกินไปบทเรียน: การเทรดต้องใช้สติและอารมณ์ที่เย็นชา ห้ามให้ความโลภหรือความกลัวมากำหนดการตัดสินใจ หยุดพักเมื่อรู้สึกว่าความรู้สึกเริ่มเข้ามามีอิทธิพล เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจผิดพลาด
5. “การวิเคราะห์ทั้งทางเทคนิคและพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญ”
ในบางครั้งการเทรดเพียงแค่ดูกราฟอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดบทเรียน: การรวมการวิเคราะห์ทั้ง เทคนิค และ พื้นฐาน จะช่วยให้เรามีมุมมองที่รอบคอบมากขึ้น ควรติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น
6. “การเรียนรู้จากความผิดพลาดคือการเติบโต”
ปีที่ผ่านมาอาจมีหลายครั้งที่เราทำผิดพลาดในการเทรด แต่การยอมรับและเรียนรู้จากมันจะทำให้เราพัฒนาบทเรียน: ทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่ช่วยให้เราเก่งขึ้นในอนาคต เก็บบันทึกการเทรดทุกครั้ง รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เราได้กำไรหรือขาดทุน เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุง
7. “อย่ามัวแต่มองกำไรระยะสั้น”
หลายครั้งที่นักเทรดมักมองแค่กำไรระยะสั้นโดยไม่คิดถึงผลกระทบในระยะยาวบทเรียน: การลงทุนที่ยั่งยืนต้องมีการมองในระยะยาว และการบริหารพอร์ตอย่างสมดุล ใช้ การลงทุนระยะยาว เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับพอร์ต และอย่าลืมกระจายความเสี่ยง
8. “ไม่ควรตามกระแสโดยไม่คิด”
ในปีที่ผ่านมา เราคงเห็นหลาย ๆ คนพุ่งเข้าไปเทรดตามกระแส หรือข่าวลือโดยไม่วิเคราะห์ให้ดีบทเรียน: ก่อนจะเข้าร่วมกระแส ต้องมีการศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงให้ดีก่อน อย่าให้ความนิยมของสินทรัพย์บางตัวทำให้เราตัดสินใจเทรดโดยขาดการวิเคราะห์ที่เพียงพอ
9. “การบริหารพอร์ตการลงทุนคือกุญแจสำคัญ”
การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรบทเรียน: พอร์ตการลงทุนควรมีการกระจายความเสี่ยงในหลาย ๆ สินทรัพย์ เช่น หุ้น ทองคำ หรือคริปโต ปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มตลาดในแต่ละช่วงเวลา
10. “ปีใหม่เป็นโอกาสใหม่ในการพัฒนา”
สุดท้ายแล้ว ทุกปีใหม่คือโอกาสใหม่ในการพัฒนาเทคนิคและกลยุทธ์การเทรดของเราบทเรียน: ทุกปีคือการเริ่มต้นใหม่ที่เราได้เรียนรู้จากอดีตและพร้อมที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น ตั้งเป้าหมายใหม่สำหรับปีหน้า เช่น การพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ หรือการปรับกลยุทธ์การเทรดให้เหมาะสมกับตลาด
สรุป
ปีที่ผ่านมาสอนเราให้รู้จักการ บริหารความเสี่ยง การ จัดการอารมณ์ และการ วิเคราะห์ตลาด อย่างมีวินัย เทรดเดอร์ที่ดีไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด แต่เป็นคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาไปข้างหน้า
ขอให้ปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโตและความสำเร็จในทุกการเทรดครับ!
ขอบคุณข้อมูลจาก Investopedia. The Top 10 Lessons Learned from Trading
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
อ่านเพิ่มเติม

อยากเทรดให้เก่ง? เริ่มจากสร้าง “ระบบเทรด” ที่พิสูจน์แล้วว่าทำงานจริง
การเทรด Forex ต้องอาศัยความรู้และระบบการเรียนรู้ที่มีแบบแผน ไม่ใช่เพียงการกดออเดอร์หรือหวังพึ่งโชค การศึกษาการเทรดอย่างเป็นระบบ—ทั้งกลยุทธ์ การบริหารเงินทุน ความเสี่ยง และจิตวิทยา—ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจอย่างมีวินัย ลดอารมณ์ และเข้าใจตลาดได้ลึกขึ้น การฝึกด้วยบัญชีทดลอง การตั้งเป้าหมาย การทบทวนผลการเทรด และการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญล้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยสร้างพื้นฐานสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ ความสำเร็จในตลาด Forex เกิดจากการฝึกฝนต่อเนื่องและวินัย ไม่ใช่ความรวดเร็วหรือการเสี่ยงโดยไร้แผน.

Psychology of Trading จุดอ่อนทางอารมณ์ที่ทำให้เทรดเดอร์พลาดในทุกจังหวะตลาด
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง ตลาดกระทิง และ ตลาดหมี พร้อมชี้ให้เห็นว่าแก่นสำคัญของการอยู่รอดในตลาด Forex ไม่ใช่ทิศทางของราคา แต่คือ จิตวิทยาและวินัยของเทรดเดอร์ ตลาดกระทิงมักสร้างความมั่นใจและความโลภ ขณะที่ตลาดหมีทำให้เกิดความกลัวและการขายแบบตื่นตระหนก ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์ ไม่ใช่สภาพตลาด เทคนิคสำคัญเพื่ออยู่รอดคือ การอ่านแนวโน้มหลัก ตั้งกฎการเทรดที่ชัดเจน ใช้ Stop Loss อย่างมีวินัย และควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง บทความสรุปว่า การเข้าใจทั้งตลาดและเข้าใจตัวเองคือกุญแจสู่การเติบโตของพอร์ตอย่างยั่งยืน

มือใหม่ห้ามพลาด! RSI ฉบับเข้าใจง่าย สามารภใช้จริงในสนามเทรดได้
บทความอธิบายการใช้ Indicator RSI ในการวิเคราะห์โมเมนตัมของราคา พร้อมชี้ให้เห็นข้อสำคัญว่าแม้ RSI จะเข้าเขต Overbought/Oversold ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาจะกลับตัวทันที จึงควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่ MACD สำหรับยืนยันโมเมนตัมและหา Divergence, การตัดกันของ EMA เพื่อดูจุดกลับตัว, การใช้ Smoothed RSI ลดสัญญาณหลอก, การดู RSI หลาย Timeframe เพื่อเทรดตามแนวโน้มใหญ่ และการผสานกับระบบ Pivotal Points ของ Livermore เพื่อหาโซนกลับตัวที่แม่นยำ สรุปคือ RSI ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเทรด.

Quantitative Tightening คืออาวุธลับของธนาคารกลาง? และทำไมมันถึงเขย่าตลาด
Quantitative Tightening (QT) คือมาตรการที่ธนาคารกลางลดสภาพคล่องโดยการปล่อยให้สินทรัพย์ครบกำหนดหรือขายออกจากงบดุล ซึ่งตรงข้ามกับ QE ที่อัดฉีดเงินเข้าระบบ QT ถูกมองเป็น “อาวุธลับ” เพราะแม้จะไม่หวือหวาเหมือนการปรับดอกเบี้ย แต่สามารถทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนได้ทันที เมื่อสภาพคล่องลดลง เงินดอลลาร์มักแข็งค่า เงินทุนไหลกลับสหรัฐฯ และทำให้สกุลเงินตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลง ส่งผลให้คู่เงินที่อิง USD เคลื่อนไหวแรงขึ้น นักเทรด Forex จึงต้องติดตามนโยบาย QT อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสภาพคล่อง แนวโน้มค่าเงิน และบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
STARTRADER
octa
EC markets
VT Markets
Exness
FXTM
STARTRADER
octa
EC markets
VT Markets
Exness
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
STARTRADER
octa
EC markets
VT Markets
Exness
FXTM
STARTRADER
octa
EC markets
VT Markets
Exness
