简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
"ตัวพ่อ" แห่งวงการเทรดคือใคร?
บทคัดย่อ:"ตัวพ่อ" ในวงการเทรดแต่ละคนมีวิธีการและแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ ความอดทน และการบริหารความเสี่ยง หากคุณอยากก้าวหน้าในเส้นทางนี้ คุณควรศึกษาเรื่องราวของพวกเขา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำมาปรับใช้

ในโลกการลงทุนและการเทรด มีบุคคลไม่กี่คนที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างผลตอบแทนมหาศาล และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเทรดรุ่นใหม่ทั่วโลกได้ “ตัวพ่อ” ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดการลงทุน มีความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่น และสร้างชื่อเสียงด้วยกลยุทธ์เฉพาะตัว บางคนเปลี่ยนแปลงวงการไปตลอดกาล ในบทความนี้ แอดเหยี่ยวจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบุคคลเหล่านี้ พร้อมทั้งบทเรียนที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากพวกเขา
1. วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

ขอบคุณรูปลจาก salika
แม้เขาจะไม่ได้เป็นนักเทรดในความหมายที่แคบ แต่ด้วยสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นแบบอย่างของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) เขามีปรัชญาที่สำคัญคือการลงทุนในธุรกิจที่ดีในราคาที่สมเหตุสมผลและถือยาว ๆ
สิ่งที่นักเทรดสามารถเรียนรู้ได้:
- ความสำคัญของการวิจัยและวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น
- ไม่จำเป็นต้องซื้อขายตลอดเวลา แต่ให้ลงทุนเมื่อเห็นโอกาสที่แท้จริง
- การควบคุมอารมณ์ในตลาดที่ผันผวน
ประโยคเด็ด: “ตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือในการโยกย้ายเงินจากผู้ที่ใจร้อน ไปสู่ผู้ที่อดทน”
2. จอร์จ โซรอส (George Soros)

ขอบคุณข้อมูลจาก mgronline
ชายผู้ได้ชื่อว่า “ชายที่ล้มธนาคารแห่งอังกฤษ” (The Man Who Broke the Bank of England) โซรอสสร้างชื่อเสียงจากการเก็งกำไรค่าเงินปอนด์ในปี 1992 โดยใช้กลยุทธ์ Short Selling และทำกำไรมากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงวันเดียว ความสำเร็จของเขาไม่ได้เกิดจากโชค แต่เป็นผลจากการวิเคราะห์ตลาดที่เฉียบขาด
สิ่งที่นักเทรดสามารถเรียนรู้ได้:
- กลยุทธ์การเทรดในตลาดเงินตรา (Forex) และการมองหาจุดอ่อนในระบบ
- การบริหารความเสี่ยง แม้ในสถานการณ์ที่มีโอกาสทำกำไรมาก
- อย่ากลัวที่จะเดิมพันครั้งใหญ่ หากคุณมั่นใจในข้อมูลและการวิเคราะห์
ประโยคเด็ด: “ฉันไม่สนว่าฉันจะถูกหรือผิด สิ่งที่ฉันใส่ใจคือเมื่อฉันถูก ฉันจะทำกำไรได้มากแค่ไหน และเมื่อผิด ฉันจะเสียไปเท่าไหร่”
3. เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ (Jesse Livermore)
เขาคือหนึ่งในตำนานของวงการเทรด ที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในเวลาเดียวกัน เจสซี่เป็นที่รู้จักจากการเทรดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและสร้างกำไรมหาศาล เช่น การ Short Sell ก่อนเกิดวิกฤตตลาดหุ้นในปี 1929
สิ่งที่นักเทรดสามารถเรียนรู้ได้:
- การเข้าใจจิตวิทยาตลาดและพฤติกรรมของผู้ลงทุนรายอื่น
- การใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เช่น การ Short Selling ในช่วงขาลง
- การจัดการอารมณ์และความเสี่ยง เพราะแม้จะทำกำไรได้มาก แต่เขาก็สูญเสียมันไปจากการบริหารเงินที่ผิดพลาด
ประโยคเด็ด: “ตลาดไม่เคยผิด แต่ความคิดของคุณอาจผิด”
4. พอล ทิวดอร์ โจนส์ (Paul Tudor Jones)

ขอบคุณรูปจาก CNBC Newsletters
พอลคือผู้ก่อตั้ง Tudor Investment Corporation และเป็นหนึ่งในนักเทรดกองทุน Hedge Fund ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เขาสร้างชื่อจากการคาดการณ์วิกฤตตลาดหุ้นในปี 1987 และทำกำไรได้มหาศาลในช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุน
สิ่งที่นักเทรดสามารถเรียนรู้ได้:
- ความสำคัญของการวางแผนล่วงหน้าและการวิเคราะห์ความเสี่ยง
- อย่ากลัวที่จะปรับตัวเมื่อเงื่อนไขของตลาดเปลี่ยนไป
- ให้ความสำคัญกับการป้องกันขาดทุน มากกว่าการมองหากำไร
ประโยคเด็ด: “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ซื้อขายมากที่สุดในตลาด คุณแค่ต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไรในจังหวะที่เหมาะสม”
5. แรรี่ วิลเลียมส์ (Larry Williams)

ขอบคุณข้อมูลจาก Amazon
เป็น “ตัวพ่อ” ในการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และเป็นผู้คิดค้นตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่าง Williams %R ซึ่งนักเทรดยังใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ที่ชนะการแข่งขันเทรดระดับโลก ด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า 10,000% ในปีเดียว
สิ่งที่นักเทรดสามารถเรียนรู้ได้:
- การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อเสริมความแม่นยำ
- การมีวินัยในระบบการเทรดและการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
- การลงทุนในตัวเอง ด้วยการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเทรดอยู่เสมอ
ประโยคเด็ด: “ตลาดมีเพียงสองด้าน: ขึ้นหรือลง งานของเราคือรู้ว่าตอนนี้มันอยู่ในฝั่งไหน”
สรุป: “ตัวพ่อ” ในวงการเทรดแต่ละคนมีวิธีการและแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ ความอดทน และการบริหารความเสี่ยง หากคุณอยากก้าวหน้าในเส้นทางนี้ คุณควรศึกษาเรื่องราวของพวกเขา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำมาปรับใช้ในแบบฉบับของคุณเอง!
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
อ่านเพิ่มเติม

3 ชั่วโมงที่เปลี่ยนชะตา! นักศึกษาแพทย์ขาดทุนคริปโต 2 ล้าน ชีวิตหลังเหตุการณ์ยังยืนไหวไหม?
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง ตลาดกระทิง และ ตลาดหมี พร้อมชี้ให้เห็นว่าแก่นสำคัญของการอยู่รอดในตลาด Forex ไม่ใช่ทิศทางของราคา แต่คือ จิตวิทยาและวินัยของเทรดเดอร์ ตลาดกระทิงมักสร้างความมั่นใจและความโลภ ขณะที่ตลาดหมีทำให้เกิดความกลัวและการขายแบบตื่นตระหนก ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์ ไม่ใช่สภาพตลาด เทคนิคสำคัญเพื่ออยู่รอดคือ การอ่านแนวโน้มหลัก ตั้งกฎการเทรดที่ชัดเจน ใช้ Stop Loss อย่างมีวินัย และควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง บทความสรุปว่า การเข้าใจทั้งตลาดและเข้าใจตัวเองคือกุญแจสู่การเติบโตของพอร์ตอย่างยั่งยืน

มือใหม่ห้ามพลาด! RSI ฉบับเข้าใจง่าย สามารภใช้จริงในสนามเทรดได้
บทความอธิบายการใช้ Indicator RSI ในการวิเคราะห์โมเมนตัมของราคา พร้อมชี้ให้เห็นข้อสำคัญว่าแม้ RSI จะเข้าเขต Overbought/Oversold ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาจะกลับตัวทันที จึงควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่ MACD สำหรับยืนยันโมเมนตัมและหา Divergence, การตัดกันของ EMA เพื่อดูจุดกลับตัว, การใช้ Smoothed RSI ลดสัญญาณหลอก, การดู RSI หลาย Timeframe เพื่อเทรดตามแนวโน้มใหญ่ และการผสานกับระบบ Pivotal Points ของ Livermore เพื่อหาโซนกลับตัวที่แม่นยำ สรุปคือ RSI ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเทรด.

ยังทันไหม? ความจริงของการขุดคริปโตปีนี้ที่หลายคนไม่กล้าบอก
บทความนี้วิเคราะห์ความคุ้มค่าของการขุด Bitcoin ในปีปัจจุบัน โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ค่าไฟฟ้า ความยากในการขุด ราคาตลาด และต้นทุนอุปกรณ์ พร้อมอธิบายโครงสร้างรายได้หลังการ Halving ที่ทำให้รางวัลลดลงและการแข่งขันสูงขึ้น ผลการประเมินพบว่าการขุดจะคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีต้นทุนไฟฟ้าต่ำและอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงผู้ที่ต้องการสะสม Bitcoin ระยะยาว ขณะที่ผู้ที่มีค่าไฟสูงหรือหวังผลตอบแทนเร็วอาจไม่เหมาะกับการขุดในช่วงนี้ โดยมีทางเลือกอื่นที่คุ้มค่ากว่า เช่น การซื้อสะสมแบบ DCA หรือการลงทุนในบริษัทเหมือง Bitcoin บทความจึงสรุปว่า การขุดยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์ของผู้ลงทุนเป็นหลัก

บทเรียนจากจาเมกาถึงหาดใหญ่ ที่ชี้ว่า “อนาคตต้อง Decentralized”
บทความนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาการสื่อสารที่มัก “หายไปทันที” เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมในภาคใต้ของไทย หรือพายุเฮอริเคน Melissa ที่จาเมกา ซึ่งทำให้โครงสร้างสื่อสารแบบรวมศูนย์ล่มกว่า 70% เหตุการณ์ดังกล่าวผลักให้ชาวจาเมกาหันมาใช้ Bitchat แอปสื่อสารแบบ Decentralized ที่ทำงานผ่าน Bluetooth Mesh Network ส่งข้อความกันได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เครือข่ายประชาชนลักษณะนี้พิสูจน์ว่าเทคโนโลยี Decentralized ไม่ได้มีไว้เพียงเทรดคริปโต แต่มีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและการช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน บทความชี้ให้เห็นว่าไทยควรพิจารณาเทคโนโลยี DePIN หรือระบบสื่อสารฉุกเฉินแบบไม่พึ่งโครงสร้างรวมศูนย์ เพื่อเพิ่มความทนทานในการรับมือภัยพิบัติในอนาคต.
WikiFX โบรกเกอร์
EC markets
Plus500
IC Markets Global
ATFX
STARTRADER
AVATRADE
EC markets
Plus500
IC Markets Global
ATFX
STARTRADER
AVATRADE
WikiFX โบรกเกอร์
EC markets
Plus500
IC Markets Global
ATFX
STARTRADER
AVATRADE
EC markets
Plus500
IC Markets Global
ATFX
STARTRADER
AVATRADE
