เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์!
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทความนี้นำเสนอเทคนิคการเทรด Pullback และ Throwback ซึ่งช่วยให้การทำกำไรในการเทรดง่ายขึ้น โดย Pullback หมายถึงการที่ราคาทะลุแนวรับแล้วกลับขึ้นมาทดสอบแนวรับเดิมก่อนจะปรับตัวลงต่อ ทำให้แนวรับเดิมกลายเป็นแนวต้าน มักพบในช่วงแนวโน้มขาลง ในขณะที่ Throwback คือการที่ราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปแล้วกลับลงมาทดสอบแนวต้านเดิมก่อนจะปรับตัวขึ้นต่อไป ทำให้แนวต้านกลายเป็นแนวรับ มักพบในช่วงแนวโน้มขาขึ้น เทคนิคเหล่านี้สามารถนำมาใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เช่น Fibonacci หรือ Demand Supply เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายตามแนวโน้มของตลาดได้

วันนี้แอดเหยี่ยวจะพานักเทรดมาทำความรู้จักกับเทคนิค Pullback และ Throwback ที่ช่วยให้การเทรดทำกำไรได้ง่ายขึ้น ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความหมายและวิธีดู Pullback กับ Throwback กันก่อน ทั้งสองคือการที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านเดิมไปแล้วกลับมาทดสอบอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้แนวรับกลายเป็นแนวต้าน หรือแนวต้านกลายเป็นแนวรับ ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการวิเคราะห์เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายได้ ไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
Pullback
Pullback (PB) คือการที่ราคาทะลุเส้นแนวรับลงมา แล้วกลับขึ้นไปทดสอบแนวรับที่จุดเดิม ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงต่อไป ทำให้แนวรับเดิมซึ่งเคยเป็นจุดรับราคากลายเป็นแนวต้าน ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลง

Throwback
Throwback (TB) เป็นสถานการณ์ตรงข้ามกับ Pullback โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาสามารถทะลุเส้นแนวต้านขึ้นไปได้ จากนั้นราคาจะกลับลงมาทดสอบแนวต้านที่เดิมก่อนจะขึ้นต่อไป ซึ่งแนวต้านเดิมนั้นจะกลายเป็นแนวรับในภายหลัง ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

ประโยชน์ของ PB/TB
Pullback และ Throwback สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อช่วยในการเทรดได้ เช่น Fibonacci หรือแนวรับแนวต้าน โดยในเชิงเทคนิค เราจะรู้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาเป็น Pullback หรือ Throwback เมื่อราคายังไม่สามารถทะลุแนวต้านหรือแนวรับเดิมได้ ซึ่งจังหวะนี้สามารถเป็นโอกาสในการทำกำไรในการเทรดได้
ในกรณีของแนวโน้มขาลง เราสามารถทำกำไรได้โดยรอให้ราคาดีดตัวขึ้นมาที่ระดับ Pullback เพื่อหาจังหวะในการ Sell ในทางตรงกันข้าม หากเป็นแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคากลับลงมาที่ Throwback เราสามารถหาจังหวะ Buy เพื่อเข้าตามแนวโน้มเดิม
นอกจากนี้ Pullback และ Throwback ยังสามารถนำมาพิจารณาร่วมกับเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเทรดได้ ตัวอย่างเช่น ในการเทรดแบบ Demand Supply ของทางบราโว่ ก็จะใช้ Pullback และ Throwback เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ร่วมด้วยเช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาจก bravotradeacademy
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์!

ในปี 2026 คำถามระหว่างฟอเร็กซ์กับคริปโตเปลี่ยนจากเรื่องผลตอบแทน เป็นเรื่องความเหมาะสมกับผู้เทรดแต่ละคน Forex มีความนิ่งและเป็นระบบมากขึ้น ต้องอาศัยความเข้าใจเศรษฐกิจมหภาคและวินัยสูง ขณะที่คริปโตมีโครงสร้างจริงจังขึ้นแต่ยังผันผวนสูงและแข่งขันรุนแรง ทั้งสองตลาดมีต้นทุนของความผิดพลาดที่สูงกว่าเดิม ตลาดไม่ได้เปลี่ยนนิสัยคน แต่ทำให้นิสัยนั้นชัดขึ้น สุดท้ายไม่ใช่ตลาดไหนดีกว่า แต่ตลาดไหนสอดคล้องกับตัวตนและความพร้อมของผู้เทรดมากกว่า

คำถามว่า “ลงทุนอะไรดี” มักทำให้ผู้เริ่มต้นโฟกัสที่ผลตอบแทน มากกว่าความเสี่ยงและกระบวนการตัดสินใจที่สำคัญกว่า ตลาดการเงินไม่รับประกันผลลัพธ์ และไม่ตอบสนองต่อความตั้งใจ แต่สะท้อนจากการกระทำจริง การอยู่รอดในตลาดจึงขึ้นอยู่กับการจำกัดความเสียหายมากกว่าการเร่งกำไร Forex เป็นตัวอย่างของตลาดที่วินัยและการบริหารความเสี่ยงส่งผลชัดเจนในระยะยาว สุดท้ายแล้ว การลงทุนไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ที่ “ดีที่สุด” แต่คือการมีกรอบคิดและการตัดสินใจที่สม่ำเสมอภายใต้ความไม่แน่นอน

Risk Management มักถูกมองข้าม เพราะไม่หวือหวาและไม่สร้างกำไรระยะสั้น แต่แท้จริงแล้วคือหัวใจของการอยู่รอดในตลาด Forex การบริหารความเสี่ยงไม่ได้มีไว้กันแพ้ แต่มีไว้ป้องกันไม่ให้พอร์ตพังจากความผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้ง นักเทรดที่อยู่ได้นานไม่ใช่คนที่ชนะบ่อยที่สุด แต่คือคนที่จำกัดความเสียหายได้ดีที่สุด การตั้งขอบเขตความเสี่ยงและใช้ Stop Loss อย่างมีวินัยช่วยให้พอร์ตและจิตใจนิ่งขึ้น สุดท้าย ตลาดคัดเลือกคนที่อยู่รอด ไม่ใช่คนที่หวือหวาที่สุด และ Risk Management คือเหตุผลสำคัญของการอยู่รอดนั้น
GO Markets
Vantage
octa
fpmarkets
ZFX
Exness
GO Markets
Vantage
octa
fpmarkets
ZFX
Exness
GO Markets
Vantage
octa
fpmarkets
ZFX
Exness
GO Markets
Vantage
octa
fpmarkets
ZFX
Exness