รีวิว eToro ปี 2026 แพลตฟอร์มนี้น่าใช้จริงไหม และเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:DSI เตือนภัย! อย่าหลงเชื่อ โบรกชักชวนให้ลงทุน อ้างให้ผลตอบแทนสูง

DSI หรือกรมสอบสวนพิเศษออกมาแจ้งเตือน กรณีถูกชักชวนให้ลงทุน copy trade forex โดยมีการเปิดอบรมให้ประชาชนที่สนใจลงทุนผ่าน เพื่อชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นกับโบรกเกอร์ world class financial อ้างว่าลงทุนแล้วจะได้ผลกำไรอย่างแน่นอนสามารถเบิกถอนได้ทุกวัน ปรากฏว่าหลังจากลงทุนไม่สามารถกดถอนเงินได้จริง เมื่อผู้เสียหายสอบถามเรื่องการเบิกถอนเงินคืนหรือผลกำไรที่ได้รับกลับเจอระบบตอบรับอัตโนมัติผ่าน LINE@ DB copy trade และ wcf Thailand จนเวลาผ่านมาหลายเดือนก็ไม่สามารถสั่งถอนได้
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงต่อสาธารณชนว่าในการลงทุนซื้อขายเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีประกาศข่าว ที่ 51/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ชักชวนให้ประชาชนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือเทรด (Trade) ค่าเงิน (FOREX หรือ FX หรือ Foreign Exchange) โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง โดยได้เตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศต้องทำกับผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อของผู้ได้รับใบอนุญาตได้ทางเว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th)

ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่เคยมีการให้ใบอนุญาตแก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่ธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทางอินเทอร์เน็ต หากผู้ใดให้บริการดังกล่าว ในประเทศไทย จะมีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุญาต ให้โอนเงินไปต่างประเทศเพื่อชำระธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FOREX) ในเว็บไซต์ต่างประเทศ การฝ่าฝืน จะเป็นความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และบุคคลที่แนะนำหรือโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือเทรดค่าเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงเน้นย้ำข่าวสารดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป
และทำไมกฎหมายไทยไม่รองรับ Forex ? เดี๋ยว WikiFX จะเล่าให้ฟัง : เป็นคำถามที่เทรดเดอร์ชาวไทยสงสัยมาตลอด หลาย ๆ สื่อก็ออกมาวิเคราะห์ถึงเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ และทางการไทยก็แทบไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้เลย วันนี้ WikiFX เลยมาไขข้อสงสัยด้วยข้อมูลที่ได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) คำตอบจะเป็นอย่างไรไปดูกัน !

ขอเรียนว่า การประกอบธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FOREX) ไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กรณีมีการชักชวนให้ลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศกับบริษัท การประกอบธุรกิจดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตการกำกับดูแลของ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นั่นคือขณะนี้ Forex ยังไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของหน่วยกำกับดูแลของไทย
ส่วนคำถามที่ว่าแล้วในอนาคตจะมีกฎหมายมารองรับ Forex ไหม แล้วจะมีเมื่อไหร่ ? ก็ต้องบอกว่ายังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะยังไม่มีใครมายืนยันเรื่องนี้ แต่ก็ไม่อยากให้เทรดเดอร์ Forex สิ้นหวังกับประเด็นนี้ไป เพราะอย่าลืมว่าในอดีตการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทฯ ก็ไม่ได้มีกฎหมายมารองรับเหมือนกัน เพิ่งออกกฎหมายมาช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง ดังนั้นในอนาคตอาจจะมีการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Forex ก็เป็นได้ ในปัจจุบัน Forex ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองในประเทศไทย แต่เทรดเดอร์สามารถเทรด Forex ได้ตามปกติ แต่เทรดเดอร์นั้นต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายจากการขาดทุน

สศค. ได้อธิบายเกี่ยวกับกฎหมายไทยและตลาด Forex ว่า “นักลงทุนที่ดำเนินธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว (ซื้อขาย Forex) ด้วยตนเองสามารถกระทำได้ แต่ผู้ลงทุนนั้นต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายจากการขาดทุนในการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศของท่านเอง ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ผู้ใดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงิน ต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม อัตราการแลกเปลี่ยน ในลักษณะการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ” นั่นหมายความว่าโบรกเกอร์ Forex สัญชาติไทยไม่มีอยู่จริง ถ้ามีคือผิดกฎหมายแน่นอน เราจึงต้องเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

ในเมื่อยังไม่มีกฎหมายมารองรับ เทรดเดอร์ก็ต้องปกป้องตัวเองให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การถูกโกง โดยเฉพาะการลงทุนกับโบรกเกอร์เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เพราะถ้าเจอโบรกเกอร์เถื่อน กฎหมายไทยก็ไม่ช่วย หน่วยงานกำกับดูแลจากต่างประเทศก็ไม่มี นั่นหมายความว่าคุณลงทุนกับโจรชัด ๆ ปิดโอกาสการโดนโกงได้ง่าย ๆ โดยการตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ก่อนลงทุน
ก่อนที่จะเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ไหนก็ตาม แอดเหยี่ยวอยากให้ศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ถือว่าแอดเตือนแล้วนะ!!! ที่สำคัญอย่าลืมมาตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี !

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

น้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเหตุการณ์ Oil Shock ทั้งจากอุปทานและอุปสงค์สามารถส่งผลต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และตลาดการเงินอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่วิกฤต 1973 Oil Crisis จนถึงเหตุการณ์ล่าสุดใน Strait of Hormuz บทเรียนสำคัญคือราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ อารมณ์ตลาด และนโยบายภาครัฐ ดังนั้นการเข้าใจน้ำมันในมุมมหภาคจึงช่วยให้นักเทรดมองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในตลาดโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น.

กรณีของ 1x Trade Ltd. ที่ถูกกล่าวหาว่าลบกำไรของเทรดเดอร์กว่า 31,000 ดอลลาร์ สะท้อนความเสี่ยงด้านความโปร่งใสของโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตกำกับดูแล โดยพบปัญหาซ้ำ ๆ จากผู้ใช้งาน เช่น ปฏิเสธการถอนเงิน ปิดบัญชี และเสนอคืนเงินเป็นเครดิตแทนเงินสด ข้อมูลจาก WikiFX ยังชี้ว่าคะแนนความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับต่ำ กรณีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญให้นักเทรดตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ก่อนลงทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการถอนกำไรไม่ได้.

รายงานจาก Moody's ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อันเป็นผลจากความตึงเครียดใน Strait of Hormuz ซึ่งส่งผลต่อเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Federal Reserve โดยอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะถดถอยในระยะข้างหน้า สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าราคาพลังงานเป็นปัจจัยมหภาคสำคัญที่เชื่อมโยงและกำหนดทิศทางตลาดการเงินทั่วโลก.