เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เฟด เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ในวันพุธ (5 ม.ค.) โดยระบุว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับลดการถือครองสินทรัพย์ทั้งหมดด้วย

“กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจ, ภาวะตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ ก็ถือเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น หรือรวดเร็วกว่าที่กรรมการเฟดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่กรรมการเฟดบางส่วนมองว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลบัญชี (Balance Sheet) ของเฟดในทันทีหลังจากที่มีการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย”เฟดระบุในรายงานการประชุมประจำวันที่ 14-15 ธ.ค. 2564
รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) บ่งชี้ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. 2565 จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2566
รายงาน Dot Plot ยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายงานในเดือนก.ย.ที่ระบุว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2565 นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจำนวน 2 ครั้งทั้งในปี 2566 และ 2567
ภายหลังการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 ธ.ค.เสร็จสิ้นลง คณะกรรมการเฟดประกาศว่าจะเพิ่มการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เป็นเดือนละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 โดยการปรับลดวงเงินคิวอีของเฟดจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดิมเดือนละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลให้เฟดยุติการทำคิวอีในเดือนมี.ค. 2565
เฟดปรับนโยบายการเงินดังกล่าวหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วันว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 6.8% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

น้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเหตุการณ์ Oil Shock ทั้งจากอุปทานและอุปสงค์สามารถส่งผลต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และตลาดการเงินอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่วิกฤต 1973 Oil Crisis จนถึงเหตุการณ์ล่าสุดใน Strait of Hormuz บทเรียนสำคัญคือราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ อารมณ์ตลาด และนโยบายภาครัฐ ดังนั้นการเข้าใจน้ำมันในมุมมหภาคจึงช่วยให้นักเทรดมองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในตลาดโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น.

รายงานจาก Moody's ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อันเป็นผลจากความตึงเครียดใน Strait of Hormuz ซึ่งส่งผลต่อเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Federal Reserve โดยอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะถดถอยในระยะข้างหน้า สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าราคาพลังงานเป็นปัจจัยมหภาคสำคัญที่เชื่อมโยงและกำหนดทิศทางตลาดการเงินทั่วโลก.

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
FXTM
STARTRADER
ZFX
Exness
GTCFX
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
STARTRADER
ZFX
Exness
GTCFX
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
STARTRADER
ZFX
Exness
GTCFX
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
STARTRADER
ZFX
Exness
GTCFX
EBC FINANCIAL GROUP